คนโดยทั่วไปจะมีโอกาสได้สร้างหรือซื้อบ้านเป็นของตัวเอง ที่จะอยู่จริงๆเองคงจะไม่กี่ครั้งในชีวิต ส่วนใหญ่อาจจะครั้งเดียวด้วยซ้ำไป โดยเฉพาะเมื่อสร้างบ้านที่จะอยู่เอง ก็มักจะมีความหวัง มีความคาดหวัง อยากจะได้บ้านที่ดี บ้านที่อยู่สบาย อยู่แล้วเย็น มีความสุข
แต่ปัญหาคือ "ความเครียดระหว่างการก่อสร้าง" มันทำให้บ้านที่เราคาดหวังว่าจะอยู่แล้วสบาย อยู่แล้วเย็น กลับทำให้ชีวิตเรามีแต่เรื่อง "ร้อนๆ" ระหว่างหลายเดือนที่ต้องสร้างบ้าน
คนที่ใช้วิธีซื้อบ้านสำเร็จรูป แบบสร้างเสร็จก่อนขายนี่คงจะสบายใจหน่อย เพราะเห็นรูปร่างหน้าตาและได้สัมผัสก่อนที่จะซื้อ จริงๆผมก็แนะนำนะครับแบบนี้ถ้าจะเอาสบายใจไม่เครียด หากถูกใจก็ตัดสินใจ หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้ทันที ไม่ต้องทะเลาะกับเจ้าของโครงการระหว่างกำลังสร้าง
สิ่งที่จะเขียนต่อไปนี้เป็นคำแนะนำสำหรับคนที่จะสร้างบ้านโดยที่ต้องเริ่มต้นตั้งแต่แรก มีแต่พื้นดินเปล่าๆ เผลอๆมีแต่พื้นดินที่ยังไม่ได้ถม ซึ่งจะประกอบไปด้วย 3 ประเภท ได้แก่
1. การซื้อบ้านจากโครงการบ้านจัดสรร แบบทำสัญญาก่อนสร้าง (ไม่ใช่สร้างเสร็จก่อนขาย)
2. การใช้บริการบริษัทร้บสร้างบ้านบนที่ดินคุณเอง โดยบริษัทฯพวกนี้ก็จะทั้งออกแบบ จัดการทุกอย่าง รวมถึงก่อสร้างด้วย
3. การหาสถาปนิกและวิศวกรออกแบบ (หรือหาแบบบ้านที่ตัวเองชอบมาโมดิฟาย) เสร็จแล้วจึงจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างมาสร้าง
ทั้งสามพวกนี้ล้วนแต่ต้องเจอกระบวนการก่อสร้างที่เต็มไปด้วยความเครียด ความกังวล ความเสียดาย ความโกรธ ความร้อนใจ คิดวนแล้ววนอีกว่าโดนเอาเปรียบหรือไม่ บางคนหน้าแก่ไปเลยก็มีแค่เจ็ดแปดเดือน ผมเคยเจอคนที่ถึงกับป่วยไปเลยจากความทุกข์ในช่วงนี้
ผมเขื่อว่าอาการนี้เกิดกับทุกคน ยกเว้นคนที่มีฐานะดีจนไม่ต้องคิดมากเรื่องการใช้เงิน !!!!!
ผมอยากจะแนะนำขั้นตอน และจุดสำคัญๆที่จะช่วยให้ผู้เป็นเจ้าของบ้านอย่างเราเครียดและกังวลน้อยลง และมีความสุขกับกระบวนการก่อสร้างมากขึ้น
ก่อนอื่นผมจะบอกก่อนเลยว่าธุรกิจก่อสร้างเป็นธุรกิจแห่งการทะเลาะกัน เป็นธุรกิจที่การตัดสินใจแต่ละครั้งหมายถึงเงินหลักหลายหมื่น หรือหลักแสน หลักล้าน เช่น สมมติว่าคุณจ้างบริษัทรับสร้างบ้าน และในตอนทำสัญญา บริษัทให้คุณตัดสินใจว่าคุณจะเลือกใช้เสาเข็มตอก หรือเสาเข็มเจาะ โดยเสาเข็มตอกถูกกว่าแต่อาจจะทำให้บ้านข้างเคียงสะเทือน ในขณะที่เสาเข็มเจาะแพง แต่ไม่สะเทือน
หากที่ดินคุณมีบ้านข้างเคียงแล้วบริษัทก่อสร้างแนะนำให้คุณใช้เสาเข็มตอก โดยบอกว่าประหยัด หรือบอกว่าทำมาเยอะแล้วไม่มีปัญหา หากคุณได้รับการแนะนำหรือบอกเล่าเช่นนี้ "ผมบอกได้เลยว่าคุณกำลังถูกวางกับดัก" เพราะในทางปฏิบัติ ถึงเวลาก่อสร้างจริง ไม่คุณกลัวข้างบ้านเสียหาย ข้างบ้านก็จะไม่ยอมให้คุณใช้เสาเข็มตอกแน่นอน สุดท้ายก็จะต้องเปลี่ยน แล้วทีนี้ก็เป็นจุดที่บริษัทฯจะมาฟันคุณหัวแบะ หากคุณไม่รู้เรื่อง เช่น แทนที่คุณจะเพิ่มเงินแค่แสน คุณก็อาจจะถูกเรียกสองแสน (เจอมาแล้ว บริษัทรับสร้างบ้านขนาดใหญ่ มีชื่อเสียงเสียด้วย)
เห็นไหมว่าการตัดสินใจนิดเดียวตอนต้น ทำให้คุณเสียเงินมากขึ้น 2 แสน ซึ่งเป็นการจ่ายเกินราคาไป 1 แสน ตัวเบาโดยไม่รู้ตัว
เมื่อคุณเจอครั้งเดียวคุณก็จะรู้แล้วว่ากำลังจะมีกับดัก กับระเบิดฝังอยู่ตามจุดต่างๆในงานก่อสร้างอีกไม่รู้เท่าไร
แต่ปัญหาแบบนี้ป้องกันได้ครับ ผมเน้นนะครับว่า "ป้องกัน" ไม่ใช่แก้ไข เพราะหากปล่อยให้ปัญหาเกิดแล้วรับรองว่าแก้ไขลำบาก ต้องมีการแตกหักไปข้าง แล้วคุณก็จะตกอยู่ในสถานะที่เสียเปรียบ เพราะคุณก็กลัวบริษัทจะไม่ทำงานต่อ คุณก็จะยุ่งยากเข้าไปใหญ่ สุดท้ายคุณก็จะยอมเค้า ถูกเอาเปรียบ
ประเด็นคือ ทำอย่างไรไม่ให้โดนเอาเปรียบ ป้องกันอย่างไร
ไว้มาเขียนต่อครับ
26 September 2011
19 December 2009
ระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์
เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.52 ได้ไปบรรยายร่วมกับ ผศ.ดร.วุฒิพงศ์ เมืองน้อย ในเรื่อง แนวคิดและโครงสร้างระบบงบประมาณแบบมุ้งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์ของสำนักงบประมาณ ซึ่งได้รับเกียรติจาก ท่านอธิการบดี รองอธิการบดี ผู้บริหารคณะและภาควิชาหลายท่านมาร่วมฟังและแสดงความคิดเห็น
ดู powerpoint ของการบรรยายวันนั้นได้ที่นี่ครับ
http://www.kmutt.ac.th/pd/files/Three%20Forum_17Dec09.ppt
ดู powerpoint ของการบรรยายวันนั้นได้ที่นี่ครับ
http://www.kmutt.ac.th/pd/files/Three%20Forum_17Dec09.ppt
13 December 2009
Why Not
"Why not?"
Some men see things as they are and say, why? I dream of things the way they never were and say, why not?
- Robert F. Kennedy, after George Bernard Shaw
Lecture น่าสนใจที่ Yale University
Some men see things as they are and say, why? I dream of things the way they never were and say, why not?
- Robert F. Kennedy, after George Bernard Shaw
Lecture น่าสนใจที่ Yale University
Watch it on Academic Earth
Barry Nalebuff (Yale University), Yale University (Accessed November 17, 2009). License: Open Yale Courses Terms of Use
Subscribe to:
Posts (Atom)